เครื่องมือช่างเป็นสิ่งสำคัญในการทำงานช่างต่าง ๆ โดยจะต้องเลือกให้เหมาะสมกับวัสดุที่จะทำการตัด เจาะ หรือตกแต่ง เพื่อให้การทำงานสำเร็จลุล่วงได้อย่างถูกต้อง และปลอดภัย ในงานประดิษฐ์ ซ่อมแซม หรือก่อสร้างเล็ก ๆ การเลือกใช้เครื่องมือที่ถูกต้องตามชนิดวัสดุจะช่วยให้ชิ้นงานมีคุณภาพดี รวมทั้งลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นได้ ในบทความนี้จะแนะนำวิธีการเลือก และใช้เครื่องมือช่างตามวัสดุหลักสามประเภท ได้แก่ ไม้ เหล็ก และพลาสติก เพื่อให้ผู้เริ่มต้นเข้าใจง่าย และนำไปใช้ได้จริง
เครื่องมือช่างสำหรับไม้
คุณสมบัติของไม้
ไม้เป็นวัสดุธรรมชาติที่มีความหนาแน่น และความแข็งแตกต่างกัน เช่น ไม้เนื้ออ่อน (ไม้สน, ไม้ยาง) จะตัด และเจาะง่ายกว่าไม้เนื้อแข็ง (ไม้สัก, ไม้มะค่า) ไม้มีโครงสร้างเป็นเส้นใย และลายไม้ตามทิศทางเส้นใย ไม้จะง่ายต่อการผ่า แยกหรือฉีก แต่เมื่อเจาะตัดขวางเส้นใยไม้ จะต้องใช้แรงมากกว่า และผิวตัดอาจขรุขระ นอกจากนี้ ไม้ไม่สะสมความร้อนเหมือนโลหะ จึงไม่ต้องกังวลเรื่องความร้อนขณะตัดมากนัก แต่การตัดไม้จะมีเศษไม้ และฝุ่นไม้ออกมา จึงต้องระมัดระวังเรื่องเศษไม้ปลิวเข้าตา และการหายใจ
เครื่องมือที่เหมาะกับการทำงานกับไม้
- เลื่อยไม้ (Saw): ใช้ตัดไม้หลากหลายรูปทรง เช่น เลื่อยมือ (Hand Saw) สำหรับตัดตรง, เลื่อยวงเดือน (Circular Saw) เหมาะกับไม้แผ่นหรือไม้ยาว ทำงานได้รวดเร็ว, เลื่อยจิ๊กซอว์ (Jigsaw) เหมาะกับการตัดโค้งหรือเจาะรูในแผ่นไม้, เลื่อยเล็กใบละเอียด (Coping Saw) สำหรับงานปราณีต
- สว่านไฟฟ้าและหัวสว่านสำหรับไม้: ใช้เจาะรูเพื่อยึดสกรูหรือเสียบเดือย หัวสว่านไม้ (Spade Bit หรือ Wood Bit) มีฟันสว่านคมช่วยขูดเศษไม้ออก ควรเจาะด้วยความเร็วรอบสูงเพื่อให้ผิวเรียบ
- สิ่วและกบไสไม้: เมื่อผิวไม้หยาบหรือมีเหลือชิ้นส่วน ไม่เรียบ ใช้ สิ่ว (Chisel) ขูดตกแต่งหรือ กบไสไม้ (Wood Plane) ไสผิวให้เรียบ ใช้ดอกสิ่วหลากหลายขนาดตามลักษณะงาน
- สว่านแท่นหรือสว่านตั้งโต๊ะ: ใช้สำหรับงานเจาะไม้จำนวนมากหรือเจาะรูลึก ให้ความแม่นยำสูงกว่าสว่านมือ เพราะสามารถกดเจาะได้อย่างสม่ำเสมอ
- อุปกรณ์ยึดชิ้นงาน: เช่น แคลมป์ยึดไม้ (Clamps) หรือ ตัวหนีบ (Vise) ยึดไม้ไม่ให้เคลื่อนขณะทำงาน ช่วยเพิ่มความปลอดภัย และความแม่นยำ
เครื่องมือช่างสำหรับเหล็ก
คุณสมบัติของเหล็ก
เหล็ก และโลหะส่วนใหญ่มักมีความแข็งแรงสูงกว่าวัสดุอื่น ๆ จึงต้องใช้เครื่องมือช่างที่มีความแข็งแรงในการตัดหรือเจาะ เพราะเหล็กมีแรงเสียดทานสูง ทำให้เกิดความร้อนสะสมได้ง่าย ควรระวังความร้อน และประกายไฟ โดยเหล็กมีหลายรูปแบบ เช่น เหล็กกล่อง (steel tube), แผ่นเหล็ก (steel plate), ท่อเหล็ก หรือเหล็กเส้นกลม ซึ่งแต่ละชนิดอาจต้องใช้วิธีตัดต่างกัน
เครื่องมือที่เหมาะกับการทำงานกับเหล็ก
- เลื่อยตัดโลหะ: เครื่องตัดไฟเบอร์ (Fiber Cutter) สำหรับงานตัดเหล็กแบบรวดเร็ว, เลื่อยวงเดือนสำหรับตัดเหล็ก (Circular Saw for Metal) เหมาะสำหรับตัดเหล็กกล่อง ท่อ และแผ่นเหล็ก, และ เครื่องตัดเหล็กเส้น (Rebar Cutter) ที่ใช้ระบบไฮดรอลิกสำหรับตัดเหล็กเส้นโดยเฉพาะ
- เครื่องมือเจียรและเครื่องตัด: เครื่องมือตัด (เช่น เครื่องเจียรไฟฟ้า, เครื่องตัดพลาสม่า, เลื่อยสายพาน) สำหรับตัด เจียร และขัด, สำหรับตี ดัด และขึ้นรูป และเครื่องมือสำหรับเชื่อม (เช่น เครื่องเชื่อม, ลวดเชื่อม, หน้ากากเชื่อม, คีมจับสายดิน)
- ตะไบโลหะและสิ่วโลหะ: หลังตัดหรือเจาะโลหะ บริเวณขอบมักมีคมบาด ใช้ตะไบโลหะขัดลบคมให้เรียบ หรือใช้สิ่วโลหะสำหรับตกแต่งรายละเอียด ให้ปลอดภัยต่อการสัมผัส
- อุปกรณ์ยึดชิ้นงาน: เช่น ปากกาจับ (Vise) หรือแคลมป์โลหะ ยึดเหล็กให้มั่นคง เพราะโลหะมักมีน้ำหนักมากและลื่น ไม่ควรจับด้วยมือเปล่าขณะตัดหรือเจาะ
เครื่องมือช่างสำหรับพลาสติก
คุณสมบัติของพลาสติก
พลาสติกเป็นวัสดุสังเคราะห์ที่มีความหลากหลายทั้งในด้านความแข็งแรง และความยืดหยุ่น พลาสติกส่วนใหญ่มีน้ำหนักเบา และทนต่อการกัดกร่อนจากน้ำหรือสารเคมีบางชนิด แต่บางชนิดทนความร้อนได้จำกัด อาจบิดหรือหลอมละลายหากโดนความร้อนสูง และพื้นผิวของพลาสติกบางชนิดลื่นหรือเกิดไฟฟ้าสถิต จึงควรระมัดระวังในการจับ และตัดงาน
เครื่องมือที่เหมาะกับการทำงานกับพลาสติก
- มีดคัตเตอร์และใบมีดคม: ใช้สำหรับพลาสติกบางชิ้นหรือพลาสติกอ่อน เช่น แผ่นพลาสติกบาง พีวีซีบาง ๆ ใช้วิธีขีดรอยด้วยคัตเตอร์หลาย ๆ ครั้งตามแนวตัด แล้วดัดหักตามรอยได้สะดวก
- เลื่อย: เลื่อยจิ๊กซอว์ (Jigsaw) เหมาะสำหรับตัดพลาสติกชิ้นหนาปานกลาง โดยใช้ความเร็วรอบต่ำ เพื่อลดความร้อน และช่วยให้ขอบตัดเรียบ
- สว่านและหัวสว่านทั่วไป: สำหรับเจาะพลาสติก แต่ควรใช้ความเร็วรอบต่ำ เพราะพลาสติกบางชนิดแตกง่าย ควรเจาะค่อย ๆ และหันกลับลำดับขนาดดอกสว่านช้า ๆ หากต้องเจาะรูใหญ่
- กระดาษทรายและเครื่องขัด: หลังการตัดมักมีคมหรือเสี้ยนพลาสติก ใช้กระดาษทรายเบอร์หยาบก่อน แล้วเบอร์ละเอียดขัดขอบให้เรียบ หรือใช้เครื่องขัดชิ้นงาน (เช่น เครื่องตะไบไฟฟ้า) ก็ได้ ควรทำในที่มีการระบายอากาศหรือใช้หน้ากาก เพราะฝุ่นพลาสติกละเอียดอาจเป็นอันตราย
- อุปกรณ์เสริม: เช่น แคลมป์ และแผ่นรองกันลื่น เพื่อยึดชิ้นงาน หากเป็นแผ่นหนาอาจมีบอร์ดหรือตัวหนีบรองด้านหลังเวลาตัดเจาะเพื่อลดรอยแตกที่ขอบ
เคล็ดลับและข้อควรระวังทั่วไปในการเลือก และใช้เครื่องมือช่างให้เหมาะกับงาน
- ใช้เครื่องมือให้ตรงกับวัสดุ: หากเลือกใช้เครื่องมือผิดกับการใช้งานอาจทำให้ชิ้นงานเสียหาย เครื่องมือสึกหรอเร็ว หรือเกิดอันตรายระหว่างใช้งาน ดังนั้นก่อนเริ่มงานควรตรวจสอบประเภทของวัสดุ และเลือกเครื่องมือที่สอดคล้องกับการใช้งานเสมอ
- ปรับความเร็วให้เหมาะสม: วัสดุแต่ละชนิดต้องการความเร็วในการตัดหรือเจาะต่างกัน ไม้ใช้รอบสูงได้ แต่เหล็ก และพลาสติกควรใช้รอบต่ำเพื่อป้องกันความร้อนสะสม และผิวงานเสียหาย
- ใส่อุปกรณ์ป้องกัน: แว่นตา ถุงมือ และหน้ากากสำคัญมาก เพราะเศษวัสดุอาจกระเด็นซึ่งอาจเป็นอันตรายได้
- ตรวจสอบสภาพเครื่องมือก่อนใช้งาน: ตรวจสอบเครื่องมือให้พร้อมเสมอ เพื่อความปลอดภัย และประสิทธิภาพการทำงาน
- การทำความสะอาดและจัดเก็บให้ถูกวิธี: หลังใช้งานเสร็จอย่ากองรวมกันหรือทิ้งไว้ตากแดดตากฝน ควรเช็ดทำความสะอาดเครื่องมือเพื่อป้องกันสนิม และการสึกหรอ และจัดเก็บไว้ในที่แห้งเป็นระเบียบเพื่อให้หยิบใช้งานได้ง่าย และยืดอายุการใช้งาน
สรุป
การเลือกเครื่องมือช่างให้เหมาะสมกับวัสดุ ไม้ เหล็ก หรือพลาสติก เป็นพื้นฐานสำคัญที่ช่วยให้ชิ้นงานมีคุณภาพ ทำงานได้ง่ายขึ้น และลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุ อีกทั้งยังช่วยยืดอายุการใช้งานของเครื่องมือด้วย หากต้องการเลือกซื้อเครื่องมือช่างที่เหมาะกับงานไม้ เหล็ก หรือพลาสติก สามารถติดต่อเราได้เลยเพราะเราคือ กิมไท่แสง แมชชีนเนอรี่ โรงงาน และผู้จัดจำหน่ายสินค้า เครื่องจักร อุปกรณ์ก่อสร้าง เครื่องมือช่างหลากหลายประเภทให้เลือกตามวัสดุ และรูปแบบงาน โทร. 087-109-3498 LINE Official: @096BTLVV
คำถามที่พบบ่อย
- เครื่องมือช่างประเภทไหนเหมาะกับงานไม้?
เครื่องมือที่เหมาะกับไม้ เช่น เลื่อยมือ เลื่อยวงเดือน สว่านไม้ ดอกสว่านไม้ และไขควงไฟฟ้า เพราะออกแบบให้ตัด และเจาะไม้ได้เรียบ ไม่ทำให้ชิ้นงานแตกหรือสึกหรอเร็ว
- เครื่องมือช่างประเภทไหนเหมาะกับงานเหล็ก?
เครื่องมือที่เหมาะกับเหล็ก เช่น เลื่อยตัดโลหะ สว่านเหล็ก ใบเจียร์ เครื่องเชื่อม และเครื่องเจาะเหล็ก เพราะต้องทนแรงกด และความร้อนสูง
- เครื่องมือช่างประเภทไหนเหมาะกับพลาสติก?
เครื่องมือที่เหมาะกับพลาสติก เช่น เลื่อยไฟฟ้า ดอกสว่านเฉพาะพลาสติก เพราะต้องควบคุมแรง และความเร็วเพื่อไม่ให้พลาสติกละลายหรือแตก
- การใช้เครื่องมือผิดประเภทมีผลอย่างไร?
การใช้เครื่องมือไม่ตรงกับวัสดุอาจทำให้ชิ้นงานเสียหาย เครื่องมือสึกหรอเร็ว หรือเกิดอุบัติเหตุจากแรงสะเทือน และความร้อนได้


